Tag: หนังออนไลน์ 2020


ดูหนังออนไลน์ในแอพยังไง ให้ฟิน เหมือนดูในโรง!


ในปัจจุบันนี้มี App ดู ดูหนังออนไลน์ มากมายที่ให้บริการกันอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังมีผู้บริการที่ถ่ายทอดการดูหนังให้เราดูที่มีเนื้อหาความบันเทิงที่หลากหลาย เช่น รายการทีวี สารคดีหนังหรือการ์ตูน และก็ยังมีอีกมากมาย ในสมัยนี้แน่นอนเลยค่ะว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงความบันเทิงได้ง่ายมากกว่าแต่ก่อน ก็จะสามารถรับชมความบันเทิงเหล่านี้ได้ทั้งใน โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้ทุกๆคนได้สนุกกับเนื้อหาที่ได้ดูอย่างไร้ขีดจำกัด แต่ก็อย่างว่ามันเป็นการดูหนังที่บ้านไม่ใช่โรงภาพยนตร์ แต่เพื่อนๆหลายๆคนก็คงอยากจะสนุกกับการดูหนังให้มากขึ้นแม้จะดูที่บ้าน วันนี้จึงมีวิธีดีๆมาฝากที่จะทำให้ทุกคนได้สนุกกับการดูหนังที่บ้านผ่านแอปด้วยละคะ ดูยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงภาพยนตร์ 1. ลำโพงดังๆ แน่นอนว่าเมื่อจะดูหนังก็จะต้องเปิดดังๆให้ได้อรรถรสมากขึ้น ยิ่งเปิดลำโพงดังแบบให้ได้ยินไม่ต้องดังจนข้างบ้านขว้างรองเท้ามานะคะ ลองลงทุนซื้อลำโพงดีๆสักอันนึงหรือจะซื้อแบบเล็กๆไปก่อนก็ได้ มันจะทำให้เข้าถึงทุกอารมณ์ของตัวละครและรู้สึกอินไปกับหนังมากขึ้น ไม่อยากรบกวนคนอื่นก็ลองซื้อหูฟังมาใส่ดีกว่า เพราะหูฟังนอกจากจะเก็บรายละเอียดเสียงได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็ยังไม่ก่อความน่ารำคาญและรบกวนผู้อื่นอีกด้วย 2. จอใหญ่ๆ ถ้าหากรู้สึกว่าดูหนังผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ไม่สะใจ! แนะนำเลยว่าให้ลงทุนซื้อจอทีวีใหญ่ๆมาสักเครื่องเพื่อที่เอาไว้ดูหนัง การดูในทีวีจะได้ภาพที่จุกใจเต็มตาและเห็นได้ทุกรายละเอียด แนะนำว่าให้ซื้อลำโพงดีๆมาสักตัวคู่กับจอทีวีไปเลย รับรองได้ว่าจะฟินยิ่งกว่าอะไรและรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในหนังเลยละ แล้วยิ่งเป็นหนังสยองขวัญด้วยนะเพิ่มความน่ากลัวขึ้นไปอีก 3. ดูยังไงไม่ให้เมื่อย สำหรับคนที่ดูผ่านมือถือแท็บเล็ต เชื่อเลยว่าจะต้องประสบปัญหากับการปวดเมื่อยฝ่ามือหรือข้อมือแน่นอน เวลาที่ดูหนังในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ จริงๆมันอันตรายมากเลยค่ะถ้าหากถือดูอยู่ เพราะฉะนั้นวิธีแก้เลยก็คือลองหาแท่นวางมือถือแท็บเล็ตมาวางแทนการถือดีกว่า แต่อย่าลืมว่าที่วางนั้นจะต้องสามารถตั้งสูงในระดับสายตาเราได้ด้วย เพื่อป้องกันการปวดคอนั่นเอง ทั้ง 3 วิธีนี้ก็คือเป็นวิธีการดูหนังออนไลน์ในแอพยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงนั่นเอง วิธีที่ได้แนะนำไปนี้ก็หวังว่าจะถูกอกถูกใจทุกคนกันนะคะ แล้วอย่าลืมนำไปใช้กันด้วยล่ะเพื่อที่จะได้ดูหนังสนุกมากขึ้น


รู้หรือเปล่า? แค่ดูหนังออนไลน์ ก็สามารถถ่ายภาพได้เก่งขึ้น!


การดู ดูหนังออนไลน์ นอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ก็สามารถเสริมทักษะให้กับตัวเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย ยิ่งใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การดูหนังจึงเป็นการเสริมทักษะในการถ่ายภาพให้เก่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย 1. รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ การใส่ใจในรายละเอียดความเข้ากันของเนื้อหาในภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพสินค้า การถ่ายชุดบิกินี่ การถ่ายแต่งงาน บางคนก็อาจจะลืมในเรื่องการจัดของต่างๆที่ให้เข้ากับภาพ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากถึงแม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ต้องเก็บและใส่ใจ เพราะฉะนั้นลองดูภาพยนตร์ว่าเขามีรายละเอียดที่น่าดูกันตรงไหนบ้าง 2. ในเรื่องของอารมณ์ในภาพ อารมณ์ของภาพสายตาต่างๆ ลองจำความรู้สึกละเอียดสีหน้าสายตาอารมณ์ที่ตัวละครใช้ในตอนนั้น การถ่ายภาพในลักษณะนี้จะต้องเข้าใจในเรื่องการสื่ออารมณ์และในการนำเสนออารมณ์ออกมาในนั้นด้วย จึงจะทำให้คนดูได้เข้าใจถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นมากขึ้น 3. การวางเฟรม ในเรื่องของเฟรมภาพในโลกภาพยนตร์นั้นจะมีหลากหลายแบบมาก มากจนที่จะต้องลองเอามุมไปใช้ถ่ายภาพก็ได้ เช่น มุมการเล่าเรื่องของการท่องเที่ยวหรือเล่าบรรยากาศในเมือง ถ้าอยากถ่ายภาพสวยๆก็ลองสังเกตว่าเขาจัดเฟรมหรือวางมุมไหนถึงได้ถ่ายออกมาสวย 4. การเล่าเรื่องของภาพในหนัง การเล่าเรื่องในหนังเป็นสิ่งสำคัญ ดูว่าในหนังนั้นมีการใช้คำพูดที่น่าสนใจไหม เนื้อหาในเรื่องต่อเนื่องเป็นเรื่องราวเดียวกันหรือเปล่า แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่มีการเขียนรีวิวที่ต้องใช้ภาพในการนำเสนอนั้น ใครเป็นสารด้านนี้ก็ควรจะเรียนรู้จากตรงนี้ได้เป็นอย่างดี 5. การจัดแสงของหนัง แน่นอนว่าภาพยนตร์มักจะไม่ใช้แสงธรรมชาติไปทุกตอน ยิ่งในบางตอนที่จะต้องถ่ายด้วยไฟเพิ่มแสงธรรมชาติไม่พอ ให้ลองสังเกตว่าเขาจัดไปลักษณะไหนหรือใช้แสงในรูปแบบไหน นั่นก็เพื่อนำเอามาปรับใช้กับภาพถ่ายของเรานั่นเองค่ะ 6. มุมกล้องในหนังภาพยนตร์ ภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็ทำมุมกล้องออกมาดีมากๆ แต่บางเรื่องก็ทำให้มึนหัวเหมือนกัน นั่นแหละค่ะที่จะบอกก็คือมุมกล้องในการเล่าเรื่องแต่ละเรื่องนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป ลองดูว่าถ้าชอบมุมไหนเป็นพิเศษก็ลองหยิบมาใช้ดูบ่อยๆ ใครที่เป็นคนที่ชอบถ่ายวิดีโออยู่แล้วรับรองได้ว่าการดูหนังจะช่วยให้ชำนาญมากขึ้น 7. การใช้โทนสี โทนสีในแต่ละเรื่องนั้นจะมีลักษณะสีที่แตกต่างกันออกไป การใช้โทนสีที่แตกต่างกันนั้นจะทำให้ได้อารมณ์คนละแบบ ทำให้หนังนั้นดูโรแมนติก ดูเศร้า...


6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020


ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ! หนังดีที่ต้องบอกต่อ! 1. Raw (2017) เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด 2. Jojo Rabbit (2019) ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ 3. Secret Zoo (2020) เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู 4. The Florida Project (2017) ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา...


หนังออนไลน์หักมุม ที่บอกเลยว่าอึ้ง! จนพูดไม่ออก


หนังออนไลน์ แนวหักมุมเป็นแนวที่หลายคนชื่นชอบดูแนวนี้ เพราะมันเป็นแมวที่รู้สึกว่าเดาทางไม่ค่อยจะถูกมีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจได้เสมอ ใครที่เบื่อภาพยนตร์แนวแบบเดิมๆก็ลองเปลี่ยนแนวมาดูแนวนี้บ้าง เพื่อที่จะได้ดูหนังหลายๆแนวไปในตัวอีกด้วย แต่บางคนก็ไม่ชอบหนังแนวนี้เอาซะเลยเพราะคิดว่าเป็นอะไรที่ขาดใจจนเสียอารมณ์ แต่บอกเลยค่ะว่าความสนุกของเนื้อหามุมก็คือการเดาเรื่องไม่ได้คาดเดาไม่ถูก วันนี้เลยมีหนังแนวหักมุมที่บอกเลยว่าต้องอึ้งจนพูดไม่ออก มาดูกันเลยค่ะว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เพื่อนๆดูแล้วหรือยังไม่ได้ดูกัน 1. Shutter Island ในเนื้อหาของเรื่องนั้นชวนให้ปวดหัวและมีความลึกลับ อีกทั้งนักแสดงภาพยนตร์อย่าง ลีนาโด ที่ทำให้เนื้อเรื่องนั้นน่าติดตามและยิ่งสนุกมากยิ่งขึ้น ในเรื่องจะเล่าเกี่ยวกับตำรวจแผนกสืบสวนที่เดินทางไปที่เกาะ นั่นก็เพราะจะไปตามล่านักโทษที่หายไปเพียงคนเดียว แต่ด้วยความกดดันในพื้นที่จำกัดอย่างเกาะ แล้วยังเจอกับฝนฟ้าที่ทำให้ต้องเดินทางล่าช้ามากขึ้นในการทำคดีนี้ แต่เรื่องราวกลับไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เขาคิดเพราะเจอแต่ความลึกลับและคดีก็ยิ่งเป็นปริศนายิ่งขึ้น สุดท้ายแล้วความจริงจะเป็นยังไงตอนจบจะเป็นแบบไหนทุกคนจะต้องหาดู 2. Gone Girl ในเนื้อเรื่องเป็นการหายตัวไปของผู้หญิงที่ชื่อว่า เอมี่ ที่เป็นภรรยาสาวสวยของ นิค ซึ่งหลักฐานทุกอย่างได้ชี้ไปที่สามีของเธอว่าเขานั่นแหละคือคนร้าย!! แต่นิคก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าเขาไม่ได้รู้เห็นถึงการหายตัวไปของภรรยาเขาเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วไม่เคยคิดที่จะทำการฆาตกรรมภรรยาตัวเองเลย สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นยังไง…มันมีอะไรเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคู่นี้ หนังเรื่องนี้เป็นหนังหักมุมที่สนุก ที่ถ้าหากคุณได้ดูแล้วจะต้องอยู่ในดวงใจคุณอย่างแน่นอน 3. A Beautiful Mind เป็นหนังหักมุมที่สุดยอดมากๆเลยในเรื่องนี้ ซึ่งคอหนังแนวนี้ห้ามพลาดเลยเด็ดขาดเพราะไม่ว่าจะเป็นจุดเฉลย การคลายปมของเรื่องนี้ต่างๆ เป็นอะไรที่อึ้งทึ่งเอามากๆ ในเนื้อเรื่องนี้ แนชเป็นหนุ่มอัจฉริยะที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาเป็นคนที่คิดค้นสูตรสมการทางฟิสิกส์ออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ เอาแบบนั้นจึงมีคนมาทาบทามให้เขาไปทำงานลับสุดยอดเพื่อถอดรหัสลับของศัตรู แน่นอนว่าเขาจะต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความรักไม่ให้ใครรู้แม้แต่คนเดียวแม้แต่ภรรยาของเขาเอง เพราะแบบนั้นเขาก็ได้หลงเข้าไปในโลกที่ยากจะก้าวออกมาจึงทำให้ครอบครัวและชีวิตของเขานั้นไม่เหมือนเดิม ชีวิตของเขาดูสับสนและน่าอึดอัดใจมากกว่าเดิม สุดท้ายแล้วเขาจะทำยังไงกับชีวิตของเขา 4. The Mist เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหมอกลึกลับบางอย่างที่เข้ามาถล่มเมือง...


หนังสารคดี น่าดูขนาดไหน รู้ไหมทำไมคุณจะต้องดู?


ทุกวันนี้คนส่วนมากจะชอบดู หนังออนไลน์ แนวตลก แนวความรัก แนวสยองขวัญ บางคนก็เช่นชอบแนวซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีตัวเอกเท่ๆ ซึ่งในแนวสารคดีนั้นจะมีน้อยมากที่คนจะดู ต้องบอกว่าในหนังแนวสารคดีตอนนี้จะไม่เหมือนกับรูปแบบเดิมๆ แต่บอกเลยว่าถ้าหากคุณได้อ่านบทความของเราจบจะต้องรู้สึกอยากจะดูสารคดีอย่างแน่นอน เวลาดูหนังตั้งแต่ตอนแรกจนจบมันจะเกิดความรู้สึกมากมายหรือแรงบันดาลใจที่เข้ามา ดูหนังเป็นสิ่งที่ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจหรือเพลิดเพลินไปกับมัน คุณรู้ไหมคะความแตกต่างระหว่างหนังทั่วไปกับหนังแนวสารคดีนั้นเป็นยังไง ความแตกต่าง 1. หนังทั่วไป – เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นโดยผู้กำกับและคนเขียนบทที่มีความสามารถ 2. หนังสารคดี – เป็นเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริงหรือเหตุการณ์จริง เป็นการเอาหลักฐานพยานที่มีอยู่จริงแล้วก็นำสิ่งเหล่านั้นมาเล่าเป็นหนัง การดูหนังแนวสารคดีนั้นทำให้รู้สึกว่านั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เพราะบุคคลที่ได้แสดงในหนังนั้นมีตัวตนจริงๆ ทำให้บางครั้งจึงรู้สึกว่ามันกระทบจิตใจผู้ดูอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าหากมันเป็นหนังธรรมดาที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาก็คงไม่กระทบจิตใจขนาดนั้น เพราะเรารู้ไงคำว่ามันเป็นเรื่องปรุงแต่งไม่มีอยู่จริงแต่ ถ้าเป็นแนวสารคดีก็คือบุคคลเหล่านั้นมีอยู่จริงที่อาจจะตายไปแล้วหรือมีชีวิตอยู่ บางทีการดูเรื่องราวเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกว่ามีการกระทำที่โหดร้ายแบบนี้ด้วย หรือไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนี้จริงๆ วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังสารคดีที่สำหรับคนหัดดู มาลองดูกันค่ะว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ประโยชน์ของหนังแนวสารคดี 1. ได้ความรู้อะไรใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้นอีกด้วย 2. ได้พบเห็นสิ่งแปลกใหม่ที่นอกเหนือจากที่ได้เจออยู่ทุกวัน 3. เป็นอะไรที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆให้เสมอ แน่นอนว่าในบางที่หรือในอดีตก่อนเราไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่สารคดีนั้นก็ทำให้เราเห็นอะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา 4. มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและมีความสลับซับซ้อน 5. สารคดีช่วยให้เข้าใจโลกมากขึ้น มีความเป็นเหตุเป็นผลและทำให้รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ 6. สารคดีสอนแนวคิดและการแก้ปัญหา สอนการแก้ปัญหาให้กับผู้ดูตลอดเวลา 7. ได้เข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างชาติและวัฒนธรรมอื่นๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คุณรู้หรือยังคะว่าหนังสารคดีนั้นน่าดูและมีประโยชน์มากมายขนาดไหน จริงๆแล้วสารคดีนั้นมันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คุณคิดกันหรอก ยุคสมัยเปลี่ยนไปอะไรๆก็เปลี่ยนไปใช่ไหมล่ะ...


5 หนังอนิเมชั่นที่ต้องดู ที่วัยไหนก็ดูได้


หนังออนไลน์ 2020 อนิเมชั่นที่เป็นการ์ตูนเคลื่อนไหว…เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบดูเป็นอย่างมาก สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกช่วงวัย หนังอนิเมชั่นนั้นนอกจากจะมีความสนุกความอบอุ่นปนเศร้าแล้วก็ยังแฝงไปด้วยสาระสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำ5 เรื่องที่ต้องดูบอกเลยว่าวัยไหนก็ดูได้ 1. My Neighbour Totoro อนิเมะเรื่องนี้ทำให้ตัวละคร “โทโทโระ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโอจิบลิ ที่เป็นไข้การ์ตูนชื่อดังทำออกมากี่เรื่องก็กวาดได้ทุกเรื่อง เรื่องราวนั้นได้เริ่มต้นขึ้นที่เด็กผู้หญิง 2 คนที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในแถบชนบทกับพ่อ นั่นก็เพื่อที่จะให้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอนอนรักษาตัวอยู่ เด็กทั้งสองคนนั้นก็ได้ค้นพบว่าในป่ามีโทโทโระที่เป็นสัตว์วิเศษ ที่เป็น ผู้พิทักษ์ป่า เด็กทั้งสองก็ได้เป็นเพื่อนกับโทโมะ แล้วเรื่องราวมหัศจรรย์มากมายก็เกิดขึ้น 2. Toy Story 1-4 เด็กทุกคนย่อมจะมีของเล่นชิ้นโปรดเป็นของตัวเอง แต่เมื่อโตขึ้นก็มักจะหลงลืมทิ้งขว้างกับของเล่นพวกนั้น อนิเมะเรื่องนี้จะชวนให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าของเล่นนั้นมีชีวิตขึ้นมาจะเป็นยังไง ถ้าเล่นแรงเขาจะเจ็บไหมหรือคุณลืมพวกเขาไปแล้วหรือยัง เป็นหนังอนิเมะที่ดีมากๆไม่ว่าจะเป็นภาพเนื้อเรื่องที่ทำมาได้ประทับใจ ใครที่ดูเรื่องนี้ในตอนเด็กก็ลองหามาดูในตอนโตดูนะ 3. Princess Mononoke เป็นอนิเมะแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ เนื้อเรื่องกล่าวถึงอะชิตะซึ่งเป็นคนภายนอกเขาได้มาเกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติที่ดูแลป่าและผู้คนโลหะนคร หนังเรื่องนี้ไม่ได้แบ่งให้เห็นว่าฝ่ายดีฝ่ายชั่วแบบชัดเจน แต่ทำให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลกที่ไม่มีชัยชนะของใคร แต่ได้บอกว่าความสัมพันธ์มนุษย์ธรรมชาติเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน 4. Wall-E เรื่องนี้เล่าถึงโลกที่ไม่มีมนุษย์แล้ว…แต่เต็มไปด้วยขยะโดยที่มีหุ่นยนต์เก็บขยะที่ชื่อว่า Wall-E ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จนกระทั่งได้พบกับ Eve ที่มายังโลกเพื่อทำการค้นหาต้นไม้ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักกัน เรื่องนั้นจะบอกว่าให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของบ้านเกิดเมืองนอน ควรจะสู้ควรจะปกป้องบ้านเกิดไม่ใช่ว่าทิ้งขว้างกันไป เป็นอนิเมะที่ปลุกจิตสำนึกออกมาได้ดีมากๆ 5....


หนังออนไลน์ 5 เรื่อง…ที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณ!


มี หนังออนไลน์ มากมายทั้ง สนุก เศร้า และมีอารมณ์ต่างๆที่แฝงไว้ในหนัง ถึงแม้จะมีอย่างมากมายขนาดไหน แต่หนังดีๆสักเรื่องหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้มันก็มีไม่มากนัก เพราะมันจะให้แรงบันดาลใจให้ข้อคิดกับคุณ จนบางครั้งจนบางทีมันอาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลยก็ได้ วันนี้เราจะพามาให้คุณได้รู้จักกับภาพยนตร์ที่ให้แรงบันดาลใจ มีเรื่องอะไรบ้างมาดูกัน 1. Yes Man เนื้อเรื่องได้เล่าถึงชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตน่าเบื่อ เช้าไปทำงานเลิกกลับมานอน ใครชวนออกไปไหนก็ไม่ไปเพราะกลัวการเริ่มต้นและการเจอสถานที่แปลกๆ แต่อยู่วันหนึ่งชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปไม่ได้เจอกับลัทธิ “Yes” ที่สอนให้เขาตอบตกลงทุกข้อที่มีคนชวนหรือได้เสนอมา แล้วเขาก็ค้นพบว่าชีวิตของเขาไม่ได้น่าเบื่ออีกแล้ว แต่ทุกอย่างที่เขาตอบตกลงมักจะมีเรื่องราวสุดอัศจรรย์ให้เขาได้พบเจอ 2. The Secret Life of Walter Mitty เมื่อนิตยสารมีเรื่องจำเป็นที่จะต้องหยุดตีพิมพ์ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และย้ายไปเป็นนิตยสารรูปแบบออนไลน์แทน ต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะทางนิตยสารนั้นต้องการภาพๆหนึ่งจากช่างภาพชื่อดัง เพื่อมาทำเป็นปกให้กับนิตยสารฉบับสุดท้าย แต่ปรากฏว่าภาพนั้นได้หายไป จึงกลายเป็นหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องออกตามหา แล้วเป็นการออกตามหาตัวเองอีกด้วย “ สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ค้นพบความหมายบางอย่างในการใช้ชีวิต ที่คุณอาจจะได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วคุณต้องการอะไร ” 3. Forrest Gump หนังได้เล่าเรื่องถึงชายที่เกิดมาพร้อมกับความบกพร่องทางสมอง เขาแบบนั้นจึงทำให้เขามีไอคิวที่ต่ำกว่าคนทั่วไป แต่ชีวิตของเขานั้นมีเรื่องราวต่างๆมากมายไม่ว่าการไปเป็นทหารรบในเวียดนาม การแข่งขันปิงปองระดับโลก การออกเรือทำฟาร์มกุ้ง การวิ่งมาราธอนไปทั่วประเทศ และที่สำคัญเขาก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวตั้งแต่เด็กจนโต ที่เข้ามาอาจจะดูจืดชืดแต่บอกเลยว่าไปดูจริงๆนั้นหนังสนุกมากๆ คุณลองไปดูสิคะแล้วจะรู้ว่าชีวิตนั้นคืออะไร 4. The...


4 หนังญี่ปุ่น”เลือดสาด” สนุก สยอง แบบไม่ทันตั้งตัว!!


วันนี้เราจะมาแนว หนังออนไลน์ เลือดสากโหดๆของญี่ปุ่นกัน! หลายๆเรื่องในนี้อาจจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นแต่รับรองว่าสนุกน่ากลัวอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าใครที่กลัวเลือดแนะนำว่าอย่าดูดีกว่า เอาล่ะเรามาดูกันเลยว่าหนังในวันนี้มีเรื่องอะไรที่น่าดูบ้างตามมาเลย.. 1. As The Gods Will (2014) เป็นหนังที่ไม่ได้สยองขนาดนั้นแต่เลือกจากกระจายแบบน่ากลัวเอามากๆ เป็นหนังที่รวมแล้วมันทั้งสนุกตื่นเต้นและลุ้นไปกับทุกๆตอนของเรื่อง เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นจากหนุ่มมัธยมปลายที่เกิดเบื่อชีวิตจึงร้องขอพระเจ้าเล่นๆว่า “ช่วยทำให้โลกนี้ไม่น่าเบื่อทีเถอะ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่พระเจ้าส่งเกมมาให้เด็กหนุ่มคนนี้เล่นบทง่ายๆก็คือ แพ้เท่ากับตาย แล้วเกมแต่เกมที่เล่นนั้นโหดและต้องใช้ไหวพริบ สุดท้ายแล้วผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่จะเป็นใครหรือจะไม่เหลือกันนะถ้าอยากรู้ต้องไปดู 2. Puzzle (2014) เป็นเรื่องที่สร้างจากนิยายแสงด้วยความโรคจิตและความโหดเหี้ยมเอาไว้ในเนื้อเรื่อง เรื่องราวนั้นจะเป็นการแก้แค้นของชายคนหนึ่งกับวิธีการที่น่ากลัว เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดอาคารของโรงเรียน เธอก็รอด…แต่ในระหว่างที่เธอรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลก็มีกลุ่มคนสวมหน้ากากทานตะวันเข้าแก้แค้นให้กับเธอ บอกเลยว่าความสยองนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในเนื้อเรื่อง สุดท้ายแล้วแก๊งปริศนาทานตะวันนี้คือใครและทำไปเพื่ออะไรต้องไปติดตาม 3. Lesson of the Evil (2012) เป็นหนังป่วยจิตที่นำเสนอความโหดได้ชวนผวา ทำให้เรารู้ว่าคนเรานั้น “รู้หน้ารู้หน้าไม่รู้ใจ” เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อคุณครูหนุ่มสุดหล่อแสนดีได้กลายเป็นคนโรคจิต ที่วันหนึ่งได้ลุกขึ้นมาไล่ฆ่านักเรียน คุณครูสอนภาษาอังกฤษเป็นหนุ่มไฟแรงที่ทั้ง ฉลาด เก่ง รูปหล่อ จนเป็นที่รักของนักเรียน ภายใต้หน้ากากที่อ่อนหวานนั้นก็มีความโหดเหี้ยมเกินมนุษย์เอาไว้ซ่อนเอาไว้ เพราะเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สนุกกับการฆ่าคนเป็นอย่างมาก และด้วยความฉลาดจึงทำให้ไม่โดนจับได้อย่างแนบเนียน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นยังไง? จะหักมุมแบบไหน? 4. The Last Supper...


ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!


เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง “ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ” – ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle – เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม – ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่ – จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle – แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า – ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว


ข้อคิดจากหนังดัง แรงบรรดาลใจ เพื่อให้ชีวิตที่ดีขึ้น


มี หนังออนไลน์ 2020 หลายๆเรื่องที่มักจะให้ข้อคิดดีๆกับคนดูเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือละครในสมัยนี้ก็มักจะมีคำคนดีๆหรือข้อคิดดีๆ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ให้หันมามองตัวเองว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่? หนังที่เป็นแรงบันดาลใจส่วนมากนอกจากจะสนุกแล้วก็ยังสอดแทรกสาระต่างๆ ผู้กำกับนั้นมักจะแฝงบทเรียนชีวิตเอาไว้ไม่ใช่แค่คำคมลอยๆเท่านั้น เพราะหนังบางเรื่องช่วยปลุกบางอย่างในตัวคุณ หรือผลักดันบางสิ่งที่คุณไม่เคยทำมาก่อน… ข้อคิดดีๆจากหนังดัง…ที่ช่วยเป็นแรงผลักดันให้กับคุณ 1. Forrest Gump “Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.” (คำแปล) “ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะหยิบเจอรสอะไร” เป็นข้อคิดที่พยายามจะใช้คำว่าช็อกโกแลตให้สื่อถึงอนาคต เพราะสุดท้ายแล้วเราไม่รู้ว่าในอนาคตของเรานั้นจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นการทำวันนี้ให้ดีที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ เขาไม่ว่าอนาคตจะดีหรือร้ายก็จะต้องตั้งรับกับมันให้ได้ 2. Mean Girls “Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any...